เบลเกรด เมืองหลวงแห่ง “สาธารณรัฐเซอร์เบีย” อดีตศูนย์กลางการปกครองของ “สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย”

ทางภูมิศาสตร์ถือว่าตั้งอยู่ ณ ยุโรปใต้ บริเวณคาบสมุทรบอลข่าน ก่อตั้งประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ.2006 มีความสัมพันธ์กับไทยในเรื่องต่าง ๆ ไม่มากนัก คนไทยไม่ค่อยรู้จักประเทศนี้ แต่มาเป็นที่สนใจจากกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยได้รับสัญชาติเซอร์เบียเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2019 ที่ผ่านมา

สำหรับเบลเกรดกับประวัติศาสตร์อดีตของยุโรปแล้ว ที่ตั้งของเบลเกรดถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นจุดที่แม่น้ำดานูบ (Danube)ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำซาว่า (Sava) ก่อนจะไหลต่อไปยังฝั่งตะวันออก (ประเทศโรมาเนียปัจจุบัน) อีกทั้งที่ตั้งยังอยู่ตรงกลางระหว่างคริสต์ตะวันตกกับมุสลิมตะวันออก ดังนั้นพื้นที่นี้จึงเป็นสมรภูมิรบมาทุกยุคทุกสมัย เปลี่ยนตัวละครในการสู้รบตามกาลเวลา หรือแม้แต่การสู้รบแบ่งแยกดินแดนกันเองของชาวยูโกสลาฟ เบลเกรดก็เป็นสมรภูมิหลักของการต่อสู้เช่นเดียวกัน

โนวัค โยโควิช สัญลักษณ์ของประเทศเซอร์เบียแห่งศตวรรษที่ 21
Photo : www.novakdjokovic.com

ในยุคปัจจุบัน หากจะกล่าวถึงสิ่งที่ทำให้นึกถึงเกี่ยวกับประเทศเซอร์เบียเป็นสิ่งแรก ไม่เพียงแต่เฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่รวมถึงคนทั้งโลก คงจะต้องเป็นสุดยอดนักเทนนิสชาย ผู้ชนะเลิศ 17 แกรนด์สแลม ครองตำแหน่งมือ 1 ของโลก (กุมภาพันธ์ 2020) อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแกรนด์สแลมรายการ “ออสเตรเลียนโอเพน” โยโควิชสามารถชนะเลิศถึง 8 ครั้ง ทำให้ได้รับฉายา “ราชาแห่งเมลเบิร์น” กันเลยทีเดียว

เซอร์เบีย อาณาจักรแห่งทองคำแดง “Raspberry”
Photo :  bh-index.com / serbia.com

หากท่านใดชอบทานผลราสเบอร์รี่ (Raspberry) ที่นิยมนำมาทำเป็นหน้าของเค้กชนิดต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์แยมทานกับขนมปัง ถ้าเคยทานถึง 3 ครั้ง เป็นไปได้ว่าท่านอาจจะได้ลิ้มชิมรสผลไม้ที่เปรียบดั่งทองคำแดงแห่งเซอร์เบีย เพราะว่าราสเบอร์รี่ 1 ใน 3 ของโลก เป็นผลิตผลจากประเทศเซอร์เบีย อีกทั้งบางปี ยังเป็นผู้ผลิตที่ส่งออกมากที่สุดในโลกอีกด้วย

เซอร์เบีย เบลเกรด Beaconboy Travel
“นิโคลา เทสลา บนธนบัตร 100 ดีนาร์ (สกุลเงินท้องถิ่นเซอร์เบีย ตัวย่อ RSD)

ทุกวันนี้หากท่านใดไม่รู้จักรถพลังงานไฟฟ้า “Tesla” ก็คงจะเป็นคนตกยุคแห่งศตวรรษที่ 21 โดยรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชื่อของนักวิทยาศาสตร์ชาวเซิร์บ “นิโคลา เทสลา” ภาพใบหน้าของเขาได้รับเกียรติให้อยู่บนธนบัตรชนิด 100 ดีนาร์ และชื่อของถูกนำไปตั้งชื่อสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ “Belgrade Nikola Tesla Airport” เกียรติสูงสุดเฉกเช่นเดียวกับรัฐบุรุษแห่งฝรั่งเศส “ชาร์ล เดอ โกล” ( สนามบินชาร์ลเดอโกล ปารีส ฝรั่งเศส CDG) , เรเนอซองส์แมน “ลีโอนาร์โด ดา วินชี”(สนามบินลีโอนาร์โด ดา วินชี ฟูมิชิโน โรม อิตาลี FCO)

พอจะเห็นภาพของเบลเกรดและประเทศเซอร์เบียกันคร่าว ๆ กลับมาเข้าเรื่องเที่ยวชมเบลเกรดเมืองหลวงแห่งประเทศเซอร์เบียกัน หากท่านใดมีโอกาสได้แวะเยี่ยมชมเบลเกรด โดยมีเวลาอย่างน้อยสัก 2 วัน ก็ไม่สถานที่ที่ไม่ควรพลาดเยี่ยมชม ดังนี้

  1. ย่าน “Kneza Mihaila” หรือ “Prince Michael Street” ย่านช้อปปิ้งถนนคนเดินแลนด์มาร์คอันดับ 1 ของเบลเกรด มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เต็มไปด้วยสีสัน ร้านค้า นักท่องเที่ยว คนท้องถิ่น ศิลปินเปิดหมวก ผับ บาร์ เรียกว่าหากไม่ได้มาที่นี่ถือว่ายังมาไม่ถึงเบลเกรด
Kneza Mihaila ปิดถนนให้คนเดินกันตั้งแต่หัววัน
เพลิดเพลินด้วยศิลปินเปิดหมวกตลอดเส้นทาง เช่นเดียวกับที่พบเห็นในเมืองใหญ่ยุโรปทั่วไป
อนุสรณ์ “Prince Mihailo Monument” ณ รีพลับบลิค สแควร์ จุดนัดพบยอดนิยมบนถนนชอปปิ้งแห่งนี้
เซอร์เบีย เบลเกรด Beaconboy Travel
แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ “Beograd milestone” ใจกลาง Knez Mihailova Street

2. ป้อมปราการเบลเกรด (Belgrade Fortress) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดานูบและแม่น้ำซาวา มีการก่อสร้างครั้งแรกตั้งแต่ในยุคสมัยโรมัน ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดในเบลเกรด ผ่านการสร้างเพิ่มเติมและใช้ประโยชน์ในการสงครามมาทุกยุคทุกสมัย ในปัจจุบันป้อมปราการเบลเกรดได้รับการบันทึกว่าเป็นสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมเยือนมากที่สุดในประเทศเซอร์เบีย ด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่รอบด้านที่อยู่ติดกับสวนคาเลเมกดันและมีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างอยู่ในบริเวณป้อมปราการแห่งนี้ เช่น สวนสัตว์เบลเกรด , พิพิธภัณฑ์ทางการทหาร และหากมีเวลายามเย็น ณ ป้อมปราการแห่งนี้ ถือว่าเป็นสถานที่ที่ชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม โรแมนติกไม่แพ้ที่ใดในยุโรปเลยทีเดียว

ภาพมุมสูงของ Belgrade Fortress (พื้นที่ประมาณ 0.66 ตร.กม.)
Photo : www.helivideo.rs
อนุสาวรีย์ “Monument of Gratitude to France” รำลึกถึงการช่วยเหลือของฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกคร้งที่ 1 ตั้งอยู่ในสวนคาเลเมกดัน / Photo: wikipedia.org
Clock Tower บริเวณทางเข้าสุ่ป้อมปราการเบลเกรด
บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำดานูบ (ไหลมาจากฮังการีและไหลต่อมาจนเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างเซอร์เบียและโครเอเชีย) และแม่น้ำซาวา (ไหลมาจากโครเอเชียและบอสเนีย)
ชมพระอาทิตย์ตก ณ ป้อมปราการเบลเกรด จุดเชื่อมต่อแม่น้ำดานูบและแม่น้ำซาวา
เซอร์เบีย เบลเกรด Beaconboy Travel
หนุ่มสาวมารอชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น ณ ป้อมปราการเบลเกรด
พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ ป้อมปราการเบลเกรด จุมเชื่อมริมแม่น้ำดานูบและซาวา
อเมริกันร็อคแบนด์ “Green Day” เปิดคอนเสิร์ตกลางแจ้ง ณ สวนคาเลเมกดัน ในปี 2013

3. ย่าน “สคาดาร์เลีย” (Skadarlija) หรือถนนเส้นคลาสสิกแห่งเบลเกรด ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจตุรัสรีพลับบลิค เป็นแหล่งรวมร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่สุดชิค บรรยากาศแบบโบฮีเมียน เปรียบได้กับย่านมองมาร์ตของกรุงปารีส หลายร้านมีดนตรีท้องถิ่นสร้างบรรยากาศให้ครื้นเครง หากมีเวลาลองแวะมาสัมผัสนั่งชิลกินดื่มที่ย่านนี้รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

บรรยากาศ ณ ถนน “สคาดาร์เลีย”

4. พิพิธภัณฑ์นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมแต่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับนิโคลา เทสลา ราคาตั๋วค่าเข้าเยี่ยมชมอยู่ที่ 500 ดีนาร์ (ประมาณ 4.50 ยูโร) เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09:45-20:00 น. แต่ปิดทุกวันจันทร์ เนื่องจากเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมและมีผู้เข้าเยี่ยมชมจำนวนมาก แนะนำให้มาเยี่ยมชมก่อนเที่ยง ถ้าไม่เช่นนั้นก็หลังบ่ายสี่โมงเย็นไปเลย มิฉะนั้นอาจจะต้องรอคิวเข้าชมแบบภาพด้านล่าง

นักท่องเที่ยวต่อคิวรอเข้าเยี่ยมชม เวลา 12:30 น.
Tesla Coil
ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ร่วมสนุกกับการส่งพลังงานไฟฟ้าทางอากาศโดยขดลวดเทสลา (Tesla Coil)
ทดลองโดนไฟช็อตดู :p

กดลิงค์ Virtual Tour เพื่อเข้าชม virtual longisland ของพิพิธภัณฑ์นิโคลา เทสลาได้

5. เยี่ยมชมศาสนสถานท้องถิ่น ชาวเซิร์บ 85% ของประเทศ นับถือศาสนาคริสต์นิกายออโธดอกซ์ ความศรัทธาของชาวเซิร์บที่มีต่อศาสนาคริสต์ทำให้มีโบสถ์มหาวิหารอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ขอแนะนำ 2 โบสถ์ที่ได้รับความนิยมในการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวที่สุด แห่งแรก คือ “Temple of Saint Sava” เนื่องจากวันที่ผู้เขียนไปเยี่ยมชมกำลังปิดปรับปรุง จึงนำภาพด้านหน้าจากอินเตอร์เนทมาประกอบให้เห็นความสวยงามดังภาพ

“Temple of Saint Sava”
Photo : https://en.wikipedia.org/

แห่งที่ 2 คือ โบสถ์ “Church of Saint Mark” โบสถ์แห่งนี้นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสมาเคารพสักการะได้ง่ายกว่า เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Kneza Mihaila ที่กล่าวถึงไปแล้ว เป็นโบสถ์คริสต์ออโธดอกซ์เช่นเดียวกัน ข้างในมีการตกแต่งด้วยศิลปะโมเสคที่สวยงามอย่างยิ่ง

ด้านหน้าของ Church of Saint Mark
ตกแต่งผนังด้วยศิลปะแบบโมเสคอย่างสวยงาม
ภาพ อาหารค่ำมื้อสุดท้าย “The Last Supper “

ขอให้ทุกท่านสนุกสนานกับการเดินทางไปเยี่ยมชมเบลเกรดในภายภาคหน้า หากท่านชอบบทความเที่ยวชมเบลเกรดชิ้นนี้ ขออนุญาตแนะนำให้คลิกเยี่ยมชม เที่ยวชมซาราเยโว เมืองหลวงแห่งประเทศบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวีน่า บ้านพี่เมืองน้อง Former Yugoslavia เหมือนกันครับ

ขอบพระคุณทุกท่านสำหรับการเยี่ยมชม

Jobby.