• เข้าชม สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม สิ่งก่อสร้างที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
  • เยือน เมืองแห่งป้อมปราการที่ยื่นไปในทะเลสาบกราด้า เซอร์มิออนเน่ สวยและมีเสน่ห์มาก
  • เที่ยว เซียน่า เมืองมรดกโลกแสนสวย รวยสถาปัตยกรรม ที่ท่านจะต้องหลงใหล
  • นั่งรถไฟ ชมอุทยานแห่งชาติ ชิงเกว แตร์เร “ดินแดน 5 หมู่บ้าน” ชมหมู่บ้านติดหน้าผาริมฝั่งหลากสีสัน
  •  เมืองไฮไลท์ที่ยังต้องไปอย่าง ฟลอเรนซ์, ปิซ่า, เกาะเวนิซ, มิลาน แถมเมือง เวโรน่า เก็บครบสบายๆ  
  • พักในกรุงโรมคืนแรก เที่ยวแบบสบายๆ มีเวลาเต็มวัน ไม่ต้องวิ่งไปนอนนอกเมือง
  • ช้อปปิ้ง THE MALL เอาท์เลต พบแบรนด์เนมมากมายกับราคาที่ต้องบอกว่า ถูกเว่อร์ !!
  •  ราคานี้รวม ล่องเรือกอนโดร่า 

 

เดินทาง  20-28 ตุลาคม 2561               

  ** วันหยุด วันปิยมหาราช **

คลิก>>>โหลดโปรแกรม…    

  วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม 2561

สนามบินสุวรรณภูมิ – กรุงเทพฯ – โรม (ฟูมิชิโน่)

 21.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 2 – 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย (TG) พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทาง

วันอาทิตย์ ที่ 21 ตุลาคม 2561

 กรุงโรม – โคลอสเซียม – น้ำพุเทรวี่ – วิหารแพนธีออน

00.01 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโรม โดยเที่ยวบินที่ TG 944

05.55 น. เดินทางถึง สนามบินฟิอูมิชิโน ประเทศอิตาลี ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อย จากนั้นนำท่านสู่เขตของนครวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระและศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นำท่านชม มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ St.Peter Basilica มหาวิหารแห่งนครรัฐวาติกันที่งดงามด้วยศิลปะในยุคเรเนซองส์และยังได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าและหรูหรา ชมรูปปั้นและจิตรกรรมอันล้ำค่าโดยฝีมือของจิตรกรเอกชื่อดังก้องโลก ชมรูปแกะสลักปิเอต้าที่พระแม่ประคองร่างพระเยซูหลังปลดลงจากไม้กางเขนผลงานชิ้นเอกของ “ไมเคิล แองเจลโล” นอกจากนั้นตรงกลางของวิหารยังมีเสาพลับพลาที่ออกแบบโดยแบร์นีนี และยอดโดมขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปัจจุบันล้วนแต่เป็นสิ่งล้ำค่าของประเทศอิตาลี ก่อนมีเวลาให้ท่าน ถ่ายรูป กับจัตุรัสหน้าวิหารเซนต์ปีเตอร์ ที่ท่านอาจเคยเห็นจากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในช่วงเวลาสำคัญๆของคาทอลิก

หมายเหตุ    ในกรณีที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ มีการประกอบพิธีสำคัญหรือนักท่องเที่ยวเยอะและทำให้แถว ยาวมาก ขออนุญาตนำท่านถ่ายรูปเฉพาะบริเวณด้านหน้าจัตุรัสแทน เพื่อไม่ให้เป็นการกระทบกับรายการท่องเที่ยว ทั้งนี้ทางหัวหน้าทัวร์จะพยายามจัดสรรเส้นทาง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมให้มากที่สุด

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม กรุงโรม นครหลวงแห่งสาธารณรัฐอิตาลี อดีตแห่งจักรวรรดิโรมัน อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มาเมื่อกว่า 2,000 ปี  ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ โรมเป็นมหานครที่มีสีสันเฉพาะตัว นำท่านเข้าชม สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม Colosseum สิ่งก่อสร้างที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬายักษ์ที่จุคนได้กว่า 50,000 คน ภายในท่านจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของอดีตสนามกีฬาโรมันโบราณอย่างใกล้ชิด ได้เห็นซากปรักหักพังของพื้นเวทีที่เคยใช้ขังสัตว์ร้าย  ใกล้ๆกันยังเป็นที่ตั้งของ ประตูชัยคอนสแตนติน Arco di Costantino สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม

ก่อนนำท่านสู่บริเวณ น้ำพุเทรวี่ Trevi Fountain หนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงโรม สถานที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญเสี่ยงทายตามเรื่องราวจากภาพยนตร์เรื่อง Three Coins in The Fountain ชมความสวยงามของงานประติมากรรมหิน  อ่อนแบบบาร็อค ซึ่งเป็นเรื่องราวของเทพมหาสมุทรตามตำนาน ให้เวลาท่านได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก จากนั้นชมความงดงามตระการตาและยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารแพนธีออน Pantheon ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์  ของสถาปนิกสมัยโบราณกับเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เป็นวิหารทรงกระบอก กว้าง 142 ฟุต และสูง 142 ฟุตเท่ากัน ไม่มีเสาค้ำกลางคอยรับน้ำหนักทั้งที่มีขนาดใหญ่โต นอกจากนี้วิหารแพนธีออนยังใช้เป็นสถานที่ฝังศพกษัตริย์ บุคคลในราชวงศ์และบุคคลสำคัญ เช่น พระศพของกษัตริย์ 2 พระองค์สุดท้ายของอิตาลีคือ พระเจ้าวิกเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 และพระเจ้าอุมแบร์โตที่ 1 และ    ยังมีศพของ ราฟาเอล จิตรกรชาวอิตาลีที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาอีกด้วยซึ่งปัจจุบันเป็นสิ่งล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของชาวอิตาลี

จากนั้น อิสระให้ท่านได้เดินเล่นย่านบันไดสเปน Piazza di Spagna แหล่งพักผ่อนของชาวอิตาลีซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ และเป็นที่ตั้งของถนนสายช้อปปิ้ง คอนเดตติ ที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนม อิสระให้ท่านชมบรรยากาศแบบหอมปากหอมคอ

 ค่ำ            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

พักที่       Crowne Plaza Rome St.Peters  ****4ดาว

วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม 2561

เซียน่า – เปียซซ่า เดล คัมโป – มหาวิหารแห่งเซียน่า – ช้อปปิ้ง The Mall Outlet – ฟลอเรนซ์

 เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเซียน่า Siena (ระยะทาง 234 กม./ 3.30 ชม.)  เมืองที่ได้รับให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ UNESCO ระหว่างทางผ่านบริเวณที่ราบระหว่างเชิงเขา Monte Pisano ในแคว้น Tuscany ผ่านเมืองน้อยใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา ซึ่งในอดีตเป็นถิ่นที่อยู่ของชาว Etruscan นำท่าน เดินเล่นชมเมืองเซียนน่า เยี่ยมชม จัตุรัสเปียซซ่า เดล คัมโป ที่ได้ชื่อว่าสวยแปลกตาเพราะมีรูปทรงเป็นรูปพัดลาดเอียงแบบขั้นบันได ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลาว่าการเมืองเซียน่า รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนต่างๆ นอกจากดูเก่าแก่และ  คลาสสิคแล้วยังคงใช้เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและร้านค้าร้านอาหารต่างๆ และที่จตุรัสแห่งนี้ยังมีเทศกาล “พาลิโอ” ที่จะเอาตัวแทนของแต่ละหมู่บ้านที่อยู่ในเขตเมืองเซียนน่ามาขี่ม้าแข่งกันอีกทั้งการแสดงในชุดพื้นเมืองทุกปีมีชื่อเสียงมาก

นอกจากนั้นจากบริเวณจตุรัสไม่ไกลยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารแห่งเซียน่า SIENA CATHEDRAL มหาวิหารเอกของเมืองสร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1216 ภายนอกและภายในตกแต่งด้วยแถบหินอ่อนขาวสลับเขียวดำยกเว้นด้านหน้าที่แทรกด้วยหินอ่อนสีชมพูแก่เกือบแดง สีขาวดำเป็นสีสัญลักษณ์ของเมืองเซียนาซึ่งตามตำนานกล่าวว่าเป็นสีของม้าของเซเนียสและอาสเคียสผู้ก่อตั้งเมือง อิสระท่านเดินเล่นกับเมืองสวยแห่งนี้

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเลคซิโอ LECCIO (ระยะทาง 95 กม. / 1.30 ชม.) อิสระให้ทุกท่านได้ช้อปปิ้ง ที่ THE MALL OUTLET ให้ท่านเลือกซื้อสินค้าชั้นนำของอิตาลีในราคาย่อมเยาภายในเอาท์เลทมีร้านค้า แบรนด์เนมมากมาย อาทิ ARMANI, BALENCIA  GA, BOTTEGA VENETA, BURBERRY, DIOR, FENDI, GUCCI, TOD’S, VALENTINO เป็นต้น

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ ฟลอเรนซ์ Florence (ระยะทาง 38 กม./45 นาที) ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่  สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กร UNESCO เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

ที่พัก     Mediterraneo, Florence  ****4ดาว  โรงแรมทำเลดี สามารถเดินไปชมเมืองเก่าได้ ไม่ไกลมาก (10 นาที) 

วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม 2561

เมืองเก่าฟลอเรนซ์ – มหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์ – จตุรัสซิญญอเรีย – ปิซ่า – หอเอนปิซ่า – ลา สเปเซีย

 เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินเที่ยวชม เมืองเก่าฟลอเรนซ์ นำท่านชม มหาวิหารซานตามาเรีย เดล ฟิโอเร Santa Maria  Dell Fiore ชมความยิ่งใหญ่ และอลังการของวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม ชม จตุรัสเดลลาซิญญอเรีย Piazza Della Signoria ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้น อาทิเช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน Fountain of Neptune ,วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า Perseus with the Head of Medusa ,รูปปั้นเดวิล ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่

จากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อสู่  เมืองปิซ่า Pisa (ระยะทาง 86 กม./ 1.30 ชม.) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศอิตาลี และเป็นเมืองหลักสำคัญในเขตแคว้นทัสคานี และได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1987 นำท่านชมเมืองปิซ่า อดีตเมืองท่าเรือชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นที่ตั้งของหอเอนปิซ่า

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม จัตุรัสกัมโป เดย์ มิราโกลี หรือ จัตุรัสดูโอโม่ คือบริ  เวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า และเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเก่าแก่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และนำท่านชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก หอเอนปิซ่า ให้เวลาท่านเดินเล่นถ่ายรูป กับ หอเอนปิซ่า ที่ส  ร้างขึ้นเพื่อเป็นหอระฆังแห่งวิหารประจำเมือง  แต่เพียงการเริ่มต้นของการสร้างถึงบริเวณชั้น 3  ก็เกิดการทรุดตัวและต้องหยุดการก่อสร้างจนถัดมาอีกร่วม   100 ปี ถึงได้สร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์และยังเป็นสถานที่กาลิเลโอ เคยมาพิสูจน์เรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก และการตกของวัตถุด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลา สเปเซีย La Spezia (ระยะทาง 79 กม./ 1.15 ชม.) เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของอิตาลีอยู่ระหว่างเมืองเจนัว และ ปิซ่า ในบริเวณอ่าวลิกูเรหนึ่งในอ่าวที่มีความสําคัญทางด้านการค้าและการทหาร

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่     NH La Spezia ****4ดาว

 วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม 2561

นั่งรถไฟ – ชิงเกว แตร์เร UNESCO – เวโรนา – จัตุรัสเออร์เบ – บ้านจูเลียต   

 เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่าน นั่งรถไฟ เพื่อเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติชิงเกว่ แตร์เร Cinque Terre หมู่บ้านเล็กๆอันมีมนต์เสน่ห์ยิ่งของอิตาลี ได้รับการยกย่องจากหลายๆสำนักให้เป็นหมู่บ้านที่ติดอันดับสวยที่สุดในโลก โดยเฉพาะหมู่บ้านอย่าง Monarola ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลริเวียร่าของอิตาลี CINQUE TERRE มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (FIVE LANDS) ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ UNESCO อีกด้วยการเที่ยวชมหมู่บ้านต่างๆ จำเป็นต้องนั่งรถไฟเข้าไปในแต่ละสถานีของหมู่บ้าน จากนั้นจะต้องเดินเท้าเข้าไปต่อ ซึ่งเราจะเลือกหมู่บ้านที่มีความสวยงามที่สุด 2-3 หมู่บ้านให้ท่านได้เที่ยวชม เพื่อให้ท่านไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่รอบเวลา,เส้นทางของรถไฟ และสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย

แนะนำให้นำแต่สัมภาระที่จำเป็นติดตัวไป กระเป๋าใบใหญ่และของใช้อื่นๆจะฝากไว้ที่รถโค้ช สำหรับวันนี้จะ เป็นวันที่เดินขึ้นที่ราบสลับสูง-ต่ำ เดินไม่ยาก แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบที่สะดวก

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเดินทางสู่เมือง เวโรนา VERONA  (ระยะทาง 288 กม./ 4 ชม.) เมืองที่โด่งดังมาจากนิยายรักอมตะเรื่องเอกของ  วิลเลี่ยม เชกส์เปียร์ ชื่อ “โรมิโอและจูเลียต” ชม ย่านเมืองเก่า ที่ยังคงสภาพบ้านเรือนแบบโบราณ ผ่าน จตุรัสเออร์เบ ที่รายล้อมไปด้วยคฤหาสน์, วังเก่าของตระกูลที่เคยปกครองเวโรน่า เดินผ่าน ความยิ่งใหญ่ภายนอกของ โรมัน อารีน่า สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณในสมัยโรมัน จากนั้นชม อดีตบ้านของจูเลียต ชมระเบียงหินอ่อนเล็กๆ ที่จูเลียตเคยยืนอยู่โดยมีโรมิโอมาคอยเฝ้าขอความรักอยู่  ด้านล่างตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 27 ถนนแคปเปลโล (Cappello) บริเวณบ้านมีรูปปั้นจูเลียตที่เป็นบรอนซ์ปั้นโดย N.Costantini ว่ากันว่า ใครอยากสมหวังในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่บริเวณหน้าอกของจูเลียต (รูปปั้น) นอกจากนี้ภายในบริเวณกําแพงบ้านจูเลียตยังมีการเขียนแสดงความรักกันมากมายจนแทบไม่เห็นสีกําแพงเดิม และยังมีบริการโทรศัพท์สําหรับคนที่ไม่ได้มากับคนรักให้ได้เซย์ฮัลโหลหากันว่าโทรมาจากบ้านจูเลียตแห่งนี    

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่        Crowne Plaza Verona Fiera หรือเทียบเท่า

วันพฤหัสที่ 25 ตุลาคม 2561

เวนิซ – เกาะเวนิซ – จัตุรัสเซนต์มาร์ค – ล่องเรือกอนโดล่า – ช้อปปิ้ง – เวนิสเมสเตร้

 เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมือง เวนิซ เมสเตร Venice Mestre (ระยะทาง 122 กม./ 2 ชม.) ราชินีแห่งทะเลเอเดียตริก เมืองหลวงของแคว้น Veneto เป็นแคว้นที่มีควา  มมั่งคั่งและเป็นแหล่งอุตสาหกรรมมากที่สุดในประเทศอิตาลี และยังเป็นแคว้นหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวมามากที่สุดแห่งห  นึ่งอีกด้วย มีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ต่ำกว่า 60 ล้านคน ในทุก ๆ ปี และยังถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ได้รับการจัดอันดับจากหลายๆ สำนักพิมพ์ให้  ครองตำแหน่ง “เมืองที่โรแมนติคที่สุดในโลก” นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ Tronchetto เพื่อ ล่องเรือ สู่ เกาะเวนิซ Venice เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมี  สะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง จนกระทั่งเรือนำท่านเข้าสู่ เกาะซานมาร์โค San Marcoศูนย์กลางของนครเวนิซ

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่ านผ่านชม สะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge’s Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการปกครองแค้วนในยุคสมัยนั้นอีกด้วย ชม จัตุรัสเซนต์มาร์ค Piazza di San Marco เป็นที่ตั้งของ พระราชวังเดิม หรือ Doge Palace นครเวนิสในอดีตมีความความ  เจริญรุ่งเรืองเมื่อครั้งทำการค้ากับตะวันออกไกล ชมสถาปัตยกรรมอันงดงามแบบไบแซนไทน์ ณ มหาวิหารเซนต์มาร์ค, หอระฆัง, เสาแห่งนักบุญ, อาคารรายระเบียงที่แม้แต่ นโปเลียนยังหลงใหล

พิเศษ !!    นำท่าน ล่องเรือกอนโดล่า พาหนะอันเป็นสัญลักษณ์ของชาวเวนิส เราจะนำท่านสัมผัสบรรยากาศแห่งเวนิสด้วยการล่องเรือพาย (นั่งลำละ 6 ท่าน) ล่องไปตามคลองน้อยใหญ่สลับด้วยบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสู่แกรนด์คาแนล เป็นคลองที่กว้างที่สุดของเกาะ มีสะพานเรียลอัลโต้ทอดตัวข้ามสัญจรไปมา

 อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเกาะ อันแสนโรแมนติก หรือ ท่านสามารถช้อปปิ้งสินค้าของเมือง อาทิ ผ้าลูกไม้, เครื่องแก้วมูราโน่ สินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ Gucci, Channel, Prada, Louis Vitton ฯลฯ หรือจิบกาแฟในร้าน Cafe Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1720 ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนโรแมนติก จนกระทั่งสมควรแก่เวลา นำท่านล่องเรือกลับสู่ฝั่งเมสเตร้

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

พักที่                Novotel Venice Mestre Castellana – Venice Mestre ****4ดาว

 

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม 2561

ทะเลสาบกราด้า – เซอร์มิโอเน่ (เมืองแห่งป้อมปราการ) – มิลาน – ดูโอโม่ – ช้อปปิ้ง

 เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมือง เซอร์มิโอเน่ SIRMIONE (ระยะทาง 147 กม./ 2 ชม.) เมืองแห่งป้อมปราการโบราณ เก่าแก่อายุนับ 2000 ปี ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแหลมยื่นเข้าไปในทะเลสาบการ์ดา (LAKE GARDA) ที่สวยงามมีเอกลักษณ์อย่างมาก นำท่าน เดินเที่ยว ชมเมืองเซอร์มิโอเน่ ลอดประตูกำแพงเมืองเก่า ถ่ายภาพ ด้านหน้าปราสาทเก่าแก่ของเมือง THE SCALLGER OF SIRMIONE สร้างในปี 1277 เมืองนี้เคยอยู่ในการปกครองของตระกูล SCALIGER ทันทีที่เข้าสู่เขตเมืองเก่าท่านจะพบกับความสวยงามของเมือง ลานจัตุรัสเล็กๆ ในเมืองล้วนถูกล้อมรอบด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามดัดแปลงมาเป็นร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านไอศกรีม และโรงแรมขนาดเล็กต่างก็แต่งแต้มสีสันได้สวยงามกลมกลืน เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือนเมืองเก่าแห่งนี้ ให้ท่านได้เดินสำรวจและบันทึกภาพที่สวยงามของเมืองอย่างเต็มที่ เดินเที่ยวเล่นตามตรอกซอกซอยของเมืองและชมวิวที่สวยงามริมทะเลสาบ หรือเลือกชมร้านค้า ร้านขนมและร้านไอศครีมเจลาโต้น่ารักๆ ให้ท่านได้เลือกลองชิม

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง มิลาน Milan (ระยะทาง 134 กม./ 2 ชม.) หรือ มิลาโน่ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญเมืองหนึ่งของโลก ในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน “มิลาน” เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดียในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มี ประชากรประมาณ 1,308,500 คน และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า “ปาเนตโตเน” อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน นำท่านบันทึกภาพกับ ดูโอโม่ DUOMO หรือ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในยุโรป)

ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เริ่มสร้างเมื่อเมื่อปี ค.ศ.1386 แต่งานเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1813 รวมระยะเวลาการก่อสร้างกว่า 427 ปี  การตกแต่งภายนอกเป็นหลังคายอดเรียวจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนยอดของวิหารมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร (13 ฟุต) ของพระแม่มาดอนน่าซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ นักประพันธ์ชาวอังกฤษ ดี เอช ลอว์เรนซ์ เรียก วิหารดูโอโม่ว่าเป็นวิหารที่สร้างเลียนแบบเม่น (เปรียบเปรย) บันทึกภาพ กับ จตุรัสอนุสาวรีย์ของกษัตริย์วิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี ก่อนมีเวลา อิสระท่านช้อปปิ้งแกลเลอรี วิคเตอร์เอ็มมานูเอล ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน บริเวณนั้นยังมี  ห้างสรรพสินค้า “ลาลินาเซนเต้” ของเครือเซ็นทรัล ศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมอันทันสมัย มีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองท้า และนาฬิกา นอกจากนั้นโดยรอบยังมีแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย อาทิ หลุยส์ วิตตอง,พราด้า,เฟอรากาโม่,อาร์มานี่,เวอร์ซาเช่ หรือ เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อิสระให้สำรวจสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของอิตาลีตามอัธยาศัย

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

พักที่                Four Points by Sheraton Center – Milan ****4ดาว

 

วันเสาร์ ที่ 27 ตุลาคม 2561

สนามบินมิลาน – กรุงเทพฯ

เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

08.30 น. เดินทางสู่สนามบิน มัลเพนซ่า (มิลาน) เผื่อเวลาให้ท่านกระทำภาษีคืน TAX REFUND ** ปกติคิวยาวมาก ต้องเผื่อเวลา **

13.05 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 941

วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม 2561

กรุงเทพฯ

05.55 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารชั้น 2 โดยสวัสดิภาพและมีความสุข

                                                                                     ✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦✧✦

อัตราค่าบริการ

อิตาลี NORTH ROMAN 9 วัน

วันเดินทาง ราคาผู้ใหญ่

ห้องพักคู่

2 ท่าน

ราคาเด็ก*

พักห้อง

1 เด็ก+1 ผู้ใหญ่

ราคาเด็ก*

1 เด็ก+ 2 ผู้ใหญ่

(เสริมเตียง)

ราคาเด็ก**

1 เด็ก + 2 ผู้ใหญ่ (ไม่เสริมเตียง)

พักเดี่ยวเพิ่ม
20-28 ต.ค. 61 89,900 89,900 87,900 86,900 10,900

 

หมายเหตุ  :  เด็กต้องมีอายุ 2-12 ปี บริบูรณ์  //  เด็กอายุ 5-12 ปี โรงแรมในยุโรปจะบังคับเสริมเตียง

อัตรานี้รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไป – กลับ (ชั้น ECONOMY) ตามเส้นทางและสายการบินที่รายการระบุไว้
  • ภาษีสนามบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและปลายทางต่างประเทศ
  • ค่าที่พัก พร้อมอาหารเช้า (ห้องละ 2 ท่าน) ในระดับดาวมาตรฐานตามโรงแรมที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า หากวันเข้าพักตรงกับช่วงเทศกาลหรืองานจัดแสดงสินค้า อาจมีการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมือง แต่จะคำนึงถึงเส้นทางและความสำคัญของลูกค้าเป็นหลัก
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศ ขนาด 49 ที่นั่ง นำเที่ยวตามสถานที่ระบุในรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ซึ่งเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และผู้ใหญ่อายุเกิน 75 ปีได้รับความคุ้มครองเพียง 50% ของวงเงินประกัน
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น ระยะเวลาตามวันที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมทิป  ไกด์ท้องถิ่น และ คนขับรถต่างประเทศ

อัตรานี้ไม่รวม 

  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 % และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % กรณีออกใบกำกับภาษี
  • ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ / ค่าซักรีด / ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋า ขอเรียนให้ท่านทราบว่า กรณีไม่มีบริการยกกระเป๋า ท่านผู้เดินทางทุกท่านจะต้องดูแลทรัพย์สินของท่านด้วยตนเอง
  • ค่าธรรมเนียมทิป หัวหน้าทัวร์ (ตามอัธยาศัย) ปกติท่านละ 20 – 25 ยูโร
  • ค่าปรับน้ำหนักกระเป๋าที่เกินกว่าที่ทางสายการบินกำหนด

เงือนไขการจองทัวร์

  • กรุณาชำระมัดจำท่านละ 30,000 บาท ภายใน 2 วัน จากวันจอง โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
  • สำหรับช่วงเทศกาลวันหยุด ปีใหม่ – สงกรานต์ เก็บมัดจำท่านละ 40,000 บาท
  • ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • เมื่อได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าให้จัดเตรียมเอกสารขอวีซ่าได้ ท่านสามารถจัดเตรียมเอกสารขอวีซ่าได้ทันที
  • หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
  • การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะ และยื่นรายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่
  • หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

เงื่อนไขการชำระเงินส่วนที่เหลือ

  • ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 20 วัน หรือเมื่อทางสายการบินมีการเรียกออกตั๋ว โดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าก่อนจะมีการเรียกเก็บเงิน
  • หากท่านไม่ผ่านการอนุมัติวีซ่า ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน / ค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) ทางบริษัทฯ จะทำการ Refund กับทางสายการบิน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย และขึ้นอยู่กับ Condition ของทางสายการบิน / ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน

เงื่อนไขการยกเลิกและการปรับเงินค่าบริการ

  • ยกเลิกหลังการจอง ปรับเงินทันที 1,000 บาท (คิดเป็นค่าบริการของพนักงาน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-45 วัน หักค่ามัดจำ 50% ของเงินมัดจำ + ค่าวีซ่า
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-30 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของเงินมัดจำ
  • ยกเลิกการเดินทาง 1-15 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์
  • หากมีการออกตั๋วเครื่องบิน หรือจองโรงแรมไปแล้ว ทางบริษัทฯ จะคิดค่าบริการตามจริง
  • กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ท่านต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯ จะส่งเรื่องขอ Refund เฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินกับทางสายการบิน โดยดุลยพินิจขึ้นอยู่กับทางสายการบินเท่านั้น หรือ หากท่านต้องการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ จากคณะทัวร์เดิมที่ท่านไม่ได้เดินทาง คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ
  • กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์ หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน / ค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) ทางบริษัทฯ จะทำการ Refund กับทางสายการบิน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย และขึ้นอยู่กับ Condition ของทางสายการบิน / ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน
  • กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อน หรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด